|


สุริยคติกาล
: วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2539
จันทรคติกาล : วันพฤหัสบดี ขึ้น 25 ค่ำ
เดือน 6 ปีชวด จ.ศ. 1358
สมภพกาล : เวลา 14.29 นาฬิกา
ลัคนากำเนิด : สถิตราศีสิงห์ 24
องศาโดยประมาณ เกาะนวางค์อังคาร ตรียางอังคาร
ตรงกลุ่มชื่อ ปุรผลคุนี อันเป็น มหัธโนแห่งกฤษ์
หลักการและเหตุผล
ทฤษฎีในวิชาจตุโลกธาตุเชื่อว่า ดวงอาทิตย์
เป็นขุมคลังแห่งพลังความร้อน แสง
และแรงดึงดูดมหาศาล
ยึดเหนี่ยวดาวเคราะห์ทั้งหลายให้โคจรหมุนเวียนรอบตนเองเพื่อรับแสงและพลังความร้อนสะท้องรังสีไปมาถึงกันดุจดังครอบครัว
และสังคมของดวงดาวในระบบสุริยะจักรวาล
โหราจารย์ซึ่งเรียนรู้ถึงความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ดังกล่าวนี้อย่างลึกซึ้ง
จึงผูกเรื่องราวเป็นนิทานชาติเวรแห่งดาวเคราะห์ว่า
มีสภาพความเป็นไปคล้ายกับชีวิตของคนเรา
ทั้งยังมีอิทธิพลให้คุณและให้โทษต่อมนุษย์ สัตว์
พืช ตลอดจนสรรพสิ่งในโลกด้วย เช่นกล่าวไว้ตอนหนึ่ง
|
เมื่อมิตรก็ชื่นชอบ
|
บ่มีโทษแถงทัณฑ์ |
|
ปางเป็นศัตรูสรร
|
พบาปะอุบัติเป็น |
แม้ว่าในวิชาดาราศาสตร์กล่าวถึงดวงอาทิตย์ว่าเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์
ตัวการก่อให้เกิดคลื่นพลังทั้งมวลก็ตาม
แต่วิชาโหราศาสตร์ก็เชื่อว่า
โลกของเราเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะจักรวาลซึ่งเป็นแหล่งรวมของกระแสธาตุสำคัญ
อันได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ในขณะที่ดาวเคราะห์อื่น ๆ
มีอยู่ไม่ครบถ้วน
ความสัมพันธ์ระหว่างโลกกับจักรวาลได้ก่อให้เกิด
มวลชีวิต วัตถุ
ปรากฏการณ์ของธรรมชาติดังที่รู้เห็นกันอยู่
ความเป็นมาพัฒนาการของมนุษยชาติตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน
ยังคงเป็นความลับที่ยังไม่สารารถอธิบายตามหลักวิชาการได้แน่ชัด
ด้วยเหตุ
พิธีพุทธไภรพ
หรือที่หนังสือประวัติศาสตร์อินโดนิเชีย เรียกว่า
ปาลาปา
อันเป็นพิธีกรรมโบราณของราชสำนักศรีวิชัยนั้น
โดยแท้จริงแล้วก็คือ
การนำความรอบรู้ในวิชาโหราศาสตร์ระบบจันทรคติ
ซึ่งหยั่งรู้ถึงความหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงของวัฏจักร
มีรากฐานสำคัญมาจากความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ระหว่าง
ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ โลก ดาวเคราะห์ และมนุษย์
นำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์เร้นลับซึ่งมีอยู่เฉพาะในโลก
เรียกว่า วิญญาณธาตุ หรือ ดาวพระเกตุ
สามารถกดดันบันดาลให้เกิดความมหัศจรรย์ได้นานาประการ
ศาสนาพุทธนิกายมหายานเชื่อว่า
จิตตานุภาพของมนุษย์ทรงพลังยิ่งใหญ่เหนือสิ่งทั้งปวงมีภูมิปัญญาสามารถในการสร้างสรรค์โลกให้เกิดความสมบูรณ์พูนสุข
ขจัดความทุกข์ยากเดือดร้อนได้
หากบุคคลนั้นบำเพ็ญบารมีธรรมจนบรรลุความเป็น
พระโพธิสัตว์
ย่อมปรุงแต่งแปลงสภาพสรรพสิ่งเหมือนดังปรากฏการณ์ธรรมชาติ
คติธรรมการสร้างรูป พระศิวะ พระวิษณุ พระพรหม
ในศาสนาพราหมณ์ก็ดี รูปพระโพธิสัตว์ พระพุทธรูป
ในศาสนาพุทธก็ดี ล้วนกระทำขึ้นตามวัน
เวลาที่ถือว่าเป็นมงคลสูงสุด
ตามหลักวิชาโหราศาสตร์ทั้งสิ้น
โดยมุ่งหมายสืบสร้างวาสาบารมี
ประคับประคองค้ำจุนดวงชะตาให้เกิดความมั่นคงมั่งคั่ง
สมัยโบราณพระมหากษัตริย์ เสนาบดีชั้นสูง
ผู้มีอำนาจวาสนาเท่านั้น
ที่มีโอกาสได้ประกอบพิธีกรรมดังกล่าว
คนธรรมดาทั่วไปอาจทำได้เพียงทำบุญให้ทาน
ค้ำต้นโพธิ์ต้นไทร สะเดาะเคราะห์ด้วยวิธีอย่างอื่น
การเพิ่มพลังแสดงอาทิตย์
คลื่นพลังแสงจันทร์ให้แก่ดวงชะตาที่เรียกว่า
พิธีพุทธไภรพ
นั้นจำเป็นต้องผ่านการรองรับของรูปธรรมจำลองที่คงทนถาวร
เช่นโลหธาตุ หรือ ศิลา
โดยสร้างขึ้นตามศิลปกรรมแห่งยุค
เพื่อให้เป็นสถานที่ซึมซับคลื่นพลังแสง
กระแสธาตุของดวงดาว อานุภาพของจิตอธิฐาน
วิชาการเก่าแก่นี้เชื่อว่า
ตราบใดที่ดวงเคราะห์ในท้องฟ้ายังสะท้อนแสงไปมา
พระราหูยังลักลอบขโมยธาตุจากชั้นฟ้าลงมาป้อนให้แก่โลก
สื่อสัญญาณซึ่งประดิษฐ์ขึ้นอย่างถูกต้องตามพิธีกรรมในทางจิตศาสตร์
ย่อมแผ่รังสีสะท้องกันไปมาระหว่าง ดวงชะตาของบุคคล
กับรูปจำลอง อยู่ตราบนั้น
วันพฤหัสบดี ขึ้น 2 ค่ำเดือน 6 ปี ชวด
อันประกอบด้วยมหัธโนแห่งฤกษ์ในราศีสิงห์
นั้นกำหนดให้ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์
ฉายแสงเจิดจ้าตรงจุดศูนย์สูตร
เพื่อขับคลื่นพลังแสงและกระแสธาตุแผ่กระจายไปรอบทิศทาง
ควบคุมเหล่าดาวบาปเคราะห์ร้ายมิให้ก่ออันตรายจนเกินไป
ตามกฎแห่งความสมดุลย์เพื่อการแผ่ขยายอำนาจไปสู่ความยิ่งใหญ่
ฤกษ์พานาทีเช่นนี้กล่าวกันว่า
ถ้าปราศจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยินยอมพร้อมใจแล้ว
เท่ากับเป็นการอวดดุตริมนุษย์ธรรมที่ล่อแหลมใกล้เขตฉิมทฤกษ์
ซึ่งเสี่ยงต่อความวิบัติล่มจมแต่ในภาวะที่ต้องแข่งขันช่วงชิงให้ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด
เมื่อดาวเคราะห์ในระบบสุริยคติเปิดช่อง
ดวงชะตาบ้านเมืองกำลังตกต่ำ ดวงดาวจะโคจรวิปริต
การประกอบพิธีสร้างรูปพระโพธิสัตว์นาคปรกขึ้น
ท่ามกลางมหาสมุทรอันไพศาล
จึงอุปมาดังการสร้างหลักชัยของชีวิตขึ้นใหม่อย่างเป็นรูปธรรม
หลักเมืองนครศรีธรรมราช
ได้พิสูจน์ให้เห็นหลายครั้งหลายหนถึงการับรู้ของฟ้าดินหากการประกอบพิธีกรรมนั้นถูกต้องเป็นต้นว่า
พระอาทิตย์ทรงกลด พระจันทร์ทรงจักร ฝนตก ฟ้าสลัว
ลมพายุพัด
ในครั้งนี้ก็เกิดปรากฏการณ์น่าพิศวงให้เป็นประจักษ์
|